เปิดบล๊อกโดยหนังที่หลายๆคนกำลังตั้งหน้าตั้งตารอนะคะ
นั่นคือ DEATH NOTE หรือ สมุดโน๊ตแห่งความตาย นั่นเอง
เราอ่านเจอในหนังสือ เค้าบอกว่าจะเข้าฉายบ้านเรา
28 กันยายน นี้ยังงัยก็ไปดูกันได้นะคะ (โทมาชวนเราไปด้วยก็ดีนะ อิอิ)
อ่ะ วันนี้เราเอาบทความในนิตยาสารที่แม่เราบังเอิญซื้อมาให้
เอามาให้อ่านกันนะคะ ว่าแล้วอย่ารอช้ามาอ่านกันเลย
.
.
.
(ก่อนอื่นขอเอารูปหน้าปกลงก่อน แต่ผ่านมือเราแล้ว
เราก็ขอเซ็นและแต่งรูปก่อนเลยนะ รูปแรกของบล๊อกกรู วะฮ่าฮ่า)

อาจจะเป็น เด๊ทโน๊ต ที่ออกแนวแปลกๆเน๊าะ มีผี(เสื้อ)ด้วย
เอาน่าๆ ตามใจ อีอายะเมะ มันหน่อยรูปแรกของบล๊อกมัน
บทความ อะไรที่อยู่ใน DEATH NOTE
...เริ่ม...
"ว่ากันว่าสิ่งเดียวที่จะเปลี่ยนแปลงโลกเบี้ยวๆใบนี้ได้ คือพลังอำนาจ"
ถ้าสมมติว่าบนโลกใบนี้คุณสามารถฆ่าใครก็ได้เพียงแค่เขียนชื่อลงบนสมุดโน๊ตโดยที่ไม่มีใครรู้เลยว่าเป็นตัวคุณ คุณจะไปฆ่าใครก่อน!? ชู้ของแฟนตัวเอง , ผู้ก่อการร้าย , คนรอบข้างที่สรางความรำคาญใจ , พวกนักเลงที่ชอบรังแกคนอื่นที่อ่อนแอกว่า ฯลฯ (หรือจะเป็นอีอายะเมะดี? เห้ย...ไม่เกี่ยวแล้วเมิง ไปๆๆ) จะดีแค่ไหนที่สามารถฆ่าคนที่เราไม่ชอบหน้าได้! แต่แน่ใจไหมว่า คุณจะกล้าลงมือฆ่าคนได้... ทั้งหมดคือที่มาของการ์ตูน เรื่อง DEATH NOTE
ก่อนจะเป็น DEATH NOTE
จะสังเกตเห็นว่า ช่วง 2-3 ปีมานี้ การ์ตูนญี่ปุ่นที่ฮิตติดตลาด ส่วนใหญ่เป็นการ์ตูนแนวบู๊ (เอาใจผู้ชายโดยเฉพาะ) อย่าง นารุโตะ หรือไม่ก็ประเภทตลกปนรักปนบู๊ (เอาใจผู้หญิงกับผู้ชายบางประเภท) อย่าง เนกิมะ แต่กลับมีการ์ตูนฮิตอยู่เรื่องหนึ่ง ที่ไม่ใช่แนวบู๊สนั่นหรือรักๆใคร่ๆทั้งที่ยังอุดมไปด้วยคำพูดมากมายให้อ่านจนปวดหัว , เนื้อเรื่องก็ซับซ้อนเสียยิ่งกว่าการ์ตูนนักสืบ (ทั้งๆที่ไม่ใช่) , การชิงความได้เปรียบต่อกัน (ที่ยิ่งกว่าคนตัดคน) นั่นคือการ์ตูนเรื่อง DEATH NOTE ของ อ.โอบาตะ ทาเคชิ ที่เคยเขียนเรื่อง ฮิคารุ เซยนโกะ ซึ่งฮิตถล่มถลาย จนทำให้ประเทศไทยมีกีฬาเพิ่มมาอีกหนึ่งอย่าง นั่นคือการเล่นหมากล้อม (โกะ)
การ์ตูน DEATH NOTE มีความยาวทั้งสิ้น 108 ตอน ลงตีพิมพ์ในนิตยสารการ์ตูนรายสัปดาห์ BOOM ที่เพิ่งจบไปไม่นานนี้ หลังจากที่ อ.โอบาตะ ได้วาดการ์ตูน ฮิคารุ เซียนโกะ จบไปได้สักัพก ท่านก็ลงมือวาดการ์ตูนเรื่องต่อมาคือเรื่อง DEATH NOTE โดยอ.โอบาตะยังคงรักษาเอกลักษณ์ ไม่ว่าจะเป็นเนื้อหาอัดแน่นในเชิงดราม่า , มีสาระให้ขบคิด , ลายเส้นสวยงาม(โดยเฉพาะเส้นผม อ.คนนี้เก่งมากๆ) , คำพูดของตัวละครเยอะจนเกือบเต็มช่อง
และด้วยความฮิตแบบติดปีกของ DEATH NOTE ทำให้การ์ตูนเรื่องนี้ถูกนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์ ซึ่งออกฉายที่ประเทศของเขา ตอนกลางเดือนมิถุนายน (ช่วงบอลโลกพอดีเลย) ตัวหนังสามารถทำเงินเป็นอันดับ 1 ติดต่อกัน 2 สัปดาห์ทั้งที่ได้โรงฉายเพียงแค่ 200 กว่าโรงเท่านั้น (Da Vinci Code มีโรงฉาย 600 กว่าโรงยังแพ้เลย)
DEATH NOTEThe Movie ใช้ทุนสร้างไปเกือบ 2000 ล้านเยน กำกับโดย ซุนซึเกะ คาเนโกะ ที่ฝากผลงานไว้กับหนังชุด Gamera นำแสดงโดย ฟุจิวาระ เท็ตซึยะ ดาราญี่ปุ่นที่เคยแสดง BR [Batter Royals]ทั้งสองภาค กับ มัตซึยามะ เคนอิจิ ที่เพิงผ่านสายตาคนชมภาพยนตร์ในบ้านเราไป จากผลงานเรื่อง NANA
เนื้อหาของ DEATH NOTE
โลกปัจจุบันมีกลุ่มยมทูตที่สามารถฆ่าคนได้ด้วยสมุดโน้ตเพียงหนึ่งเล่ม ที่ชื่อว่า DEATH NOTE แต่แล้วกลับมียมทูตที่ชื่อว่า ลุค ทำสมุดโน้ตของตัวเองหล่น (หรือจงใจทำ!?) เด็กหนุ่มที่ชื่อว่า ยางามิ ไลท์ (พระเอกหรือตัวร้ายก็ไม่รู้) ที่มีสมองอัจฉริยะ เก็บโน้ตนั้นได้ ส่งผลให้ทั้งสองได้มาเจอกัน...แม้ตอนแรกไลท์ดูเหมือนจะไม่เชื่อ แต่เมื่อได้ลองใช้โน๊ต เขาเกิดความคิดที่จะใช้สมุดเล่นนี้พิพากษาคนที่กระทำความผิดต่อโลกใบนี้ แล้วสร้างโลกใบใหม่ในอุดมคติของเขาขึ้นมา โดยไลท์ได้ใช้นามแฝงของตัวเขาเองว่า คิระ ส่วนยมทูตลุคนั้นก็รู้สึกสนุกตามไปกับการกระทำของไลท์ จึงขอติดตามไลท์ เฝ้าดูความสนุกในการสร้างโลกใหม่ของไลท์!!!
หลังเกิดเหตุการณ์อาชญากรล้มตายราวใบไม้ร่วง กรมตำรวจญี่ปุ่นที่นำทีมโดย ยางามิ โซอิจิโร่ พ่อของไลท์ (ที่ไม่รู้เลยว่าคนร้ายอยู่ในบ้านของตน) กับ L หรือ ริวซากิ เทนมะ นักสืบหนุ่มอัจฉริยะที่ทั่วโลกยอมรับ ได้ช่วยกันสืบหาตัว คิระ โดยผู้ต้องสงสัยรายแรกของ L นั้นคือ ไลท์ นั่นเอง...ไม่เท่านั้น ยังเกิดคิระเบอร์ 2 ที่มีโน้ตอีกเล่มหนึ่งปรากฏขึ้นมาแถมยังเป็นดาราหญิงที่กำลังมาแรง ชื่อว่า อามาเนะ มิสะ เสียด้วย...และแล้วการต่อสู้ชิงไหวชิงพริบระหว่างยางามิ ไลท์ กับ ริวซากิ เทนมะ เพื่อให้ได้สิ่งที่ตนเองต้องการก็ถือกำเนิดขึ้น โดยมี ความตาย เป็นตัวกำหนดผู้แพ้-ชนะ!!!
เบื้องหลังทุนสร้างมโหฬารของ DEATH NOTE
500 นักแสดงสมทบ เพื่อเพิ่มความสมจริงของฉากในฉากต่างๆ
หนึ่งในสิ่งที่ทีมงานสร้างรู้สึกเซอร์ไพร์มาก คือจำนวนผู้เข้าร่วมแสดงกว่า 500 คนในการถ่ายทำฉากในมหาวิทยาลัย ที่ประกอบด้วย ไลท์ , ชิโอริ , นาโอมิ และตัวประกอบกว่า 500 คนซึ่งพวกเขารู้จักการ์ตูนเรื่องนี้ และคาดหวังมากๆกับตัวหนังที่จะออกฉายโดยใช้เวลาถ่ายทำฉากดังกล่าว 2 วันเต็มๆ
ยมทูตลุค ถือเป็นตัวละครที่สร้างสีสันให้กับการ์ตูนเรื่องนี้ เพราะเป็นยมทูตที่ให้สมุดโน๊กับไลท์และเป็นที่มาของเหตุการณ์ทั้งหมดในเรื่อง...การถ่ายทำ ทีมงานได้สร้างโมเดลสูง 2 เมตรให้มีรายละเอียดใกล้เคียงกับต้นฉบับมากที่สุด ในส่วนเครื่องประดับของยมทูตก็ทำขึ้นมาจากแม่พิมพ์ ทีมงานสร้างและบริษัทซีจี ที่ชื่อดิจิตอล ฟรอนเทียร์ ได้สร้าง ขั้นตอนทางเทคนิคเพื่อการถ่ายทำออกมา โดยขั้นตอนแรกได้ทำการถ่ายทำระหว่างไลท์กับโมเดลของลุค จากนั้นก็ถ่ายไลท์กับบลูสกรีนหลายช๊อต และถ่ายทำฟุตเทจแบ๊คกราวนต์อีกหลายช๊อต ในส่วนของภาพฟุตเทจแบ๊คกราวนต์นั้น จะใช้การถ่ายทำจากมุมต่างๆ เพื่อแสงเงาและแสงสะท้อนที่สมจริง ก่อนจะนำไปใส่ในคอมเพื่อสร้างซีจีอีกที
ห้องของยางามิ ไลท์
ห้องของตัวละครไลท์ ถือเป็นสถานที่ที่ต้องการความสมจริง เพราะในการ์ตูนช่วงแรกๆ จะเน้นในส่วนห้องของไลท์เยอะมาก ทำให่ทีมงานพยายามสร้างห้องออกมาให้ดูเรียบร้อย กะทัดรัด(สไตล์คนญี่ปุ่นเขาแหล่ะเน๊าะ) ล้อมรอบไปด้วยหนังสือต่างๆ อย่างหนังสือเรียน , หนังสือต่างประเทศ , หนังสือประหวัดศาสตร์อาชญากรรม และหนังสือเกี่ยวกับการพิจารณาคดีตามกฎหมาย ซึ่งเป็นการถ่ายทอดถึงบุคลิกภายในของไลท์ออกมาให้เห็น...
การขอเช้ารถไฟใต้ดินทั้งขบวน
ถือเป็นครั้งแรกของภาพยนตร์ญี่ปุ่น ที่ต้องขอเช่ารถไฟใต้ดินเพื่อการถ่านทำฉากสำคัญของเรื่อง และเป็นฉากที่ใหญ่ที่สุดในการสร้างหนังเรื่องนี้ ทีมงานได้ติดต่อไปยังสถานีรถไฟต่างๆในโตเกียว ครั้งแรกที่โตเกียว เมโทร แต่พวกเขาถูกปฏิเสธ เพราะเงื่อนไขทางนั้นค่อนข้างจะเข้มงวด แล้วพวกเขาจึงต้องติดต่อไปที่ไซตามะ , ชิบะ และคิวชู เพื่อขออนุญาตเพื่อให้พวกเขาได้ถ่ายทำ
ในที่สุดรถไฟสายสนามบินในเมืองฟุคุโอกะ แถบคิวชู ก็ได้อนุญาตให้พวกเขาถ่ายทำได้ แต่ต้องพบกับปัญหาต่อมา คือทางสถานีได้อนุญาตให้พวกเขาสามารถถ่ายทำได้หลังจากรถไฟขบวนสุดท้าย เพราะประชาชนที่ใช้สถานีนี้ในแต่ละวันนั้นมีมากถึง 2.6-2.7 ล้านคน แต่ทางทีมงานต้องการถ่ายทำในตอนกลางวัน แล้วในตอนนั้นดูเหมือนจะไม่ได้รับอนุมัติ แต่ความนิยมของการ์ตูน บวกกับการตัดสินใจของทีมงาน ทำให้พวกเขาสามารถถ่ายทำเสร็จได้ภายใน 48 ชั้วโมง และได้รับอนุญาตให้ถ่ายช่วงกลางวัน ทำให้ฉากนี้ถือได้ว่าเป็นฉากที่ยิ่งใหญ่มากที่สุดของเรื่องก็ว่าได้
เทคโนโลยีล่าสุดของทางบริษัท ดิจิตอล ฟรอน์เทียร์
บริษัท ดิจิตอล ฟรอน์เทียร์ ถือเป็นบริษัทที่มีชื่อเสียงมากในแถบเอเชียตะวันออก พวกเขามีชื่อเสียงมาจากการสร้างตัวละครอนิเมช้นด้วยคอมพิวเตอร์กราฟฟิก ผลงานล่าสุดคือ Appleseed ที่เป็นการ์ตูนอนิเมชัน 3 มิติทั้งเรื่อง ส่วนงานด้านภาพยนตร์ก็อย่างเรื่อง Ping Pong
การสร้างตัวยมทูตลุค เป็นงานที่ท้าทายและยากที่สุดของภาพยนตร์เรื่องนี้ เพราะทางผู้ออกแบบต้องคำนึงถึงลักษณะของตัวยมทูต ว่ามีกิริยาแบบไหนบ้าง การตอบสนองของตัวยมทูตลุคที่ให้กับไลท์ มีท่าทีอย่างไร เพื่อให้ออกมาเหมือนต้นฉบับ ทางทีมงานได้ใช้โปรแกรมการสร้างถึง 4 โปรแกรม...โปรแกรม Boujou สำหรับการจับกล้อง , MotiomBuilder สำหรับการสร้างอนิเมชัน , Maya สำหรับการให้แสงและงานอื่นๆ และ Aftereffects สำหรับการรวมภาพอนิเมชันกับไลฟ์แอคชั่น เพื่อสร้างลุคให้ออกมาสมจริงเมื่อยามที่อยู่บนจอภาพยนตร์...
วิธีการใช้ของหนังสือ DEATH NOTE
- คนที่สามารถเห็นตัวและเสียงของยมทูตได้ ต้องเคยสัมผัสเด๊ธโน๊ตเท่านั้น
- ผู้ใช้เงื่อนไขดวงตายมทูต ทำให้เห็นชื่อและอายุขัยคนอื่นได้ ต้องทำเงื่อนไขกับยมทูตโดยการแลกเปลี่ยนอายุขัยของตัวเองครึ่งหนึ่ง
- สมุดโน้ตเล่มนี้จะไม่สำแดงผล ถ้าผู้เขียนไม่ได้นึกถึงหน้าของคนคนนั้นขณะกำลังเขียนชื่อ ดังนั้น คนที่มีชื่อเดียวกันจะไม่ได้รับผลกระทบใดๆ
- ถ้ามีการสละสิทธิ์เป็นเจ้าของเด๊ธโน้ตขึ้นมา จะทำความทรงจำตอนใช้เด๊ธโน้ตหายไปหมด แต่สามารถได้ความทรงจำกลับคืนมา โดยการสัมผัสเด๊ธโน๊ตอีกครั้ง
- มนุษย์ที่ถูกเขียนชื่อไว้ในสมุดโน้ตเล่มนี้จะต้องตาย
- การเขียนสาเหตุการตายต้องเขียนชื่อก่อน แล้วค่อยตามด้วยสาเหตุการตาย หลังจากนั้นภายใน 40 วินาที ตามเวลาของโลก ก็จะเป็นไปตามนั้นถ้าไม่เขียนสาเหตุการตายลงไป จะให้เป็นการหัวใจวายตาย
- ถ้าหลังจากเขียนสาเหตุการตายแล้ว รายละเอียดการตายควรเขียนในอีก 6 นาที 40 วินาทีทัดไป
- สำหรับผู้ที่ใช้ดวงตายมทูต จะไม่สามารถเห็นชื่อของผู้ที่ครอบครองเด็ธโน๊ตเหมือนกัน
- มนุษย์ที่ใช้สมุดโน้ตเล่มนี้ จะไม่สามารถตกนรกหรือขึ้นสวรรค์ได้
เกร็ดภาพยนตร์ DEATH NOTE
- สร้างจากการ์ตูนยอดนิยมจำหน่าย 15 ล้านฉบับ
- DEATH NOTE ฉบับภาพยนตร์ สร้างพร้อมกันทีเดียว 2 ภาค โดยภาคแรกออกฉายที่ญี่ปุ่นในเดือนมิถุนายน และเปิดตัว 3 วันแรกได้ 157 ล้านบาท
- DEATH NOTE ภาค 2 จะออกฉายที่ญี่ปุ่นในปลายเดือน ตุลาคม 2006
- DEATH NOTE ใช้เพลง Dani California ของวง Red Hot Chili Pepper มาเป็นเพลงประกอบ
- ทัตซึยะ ฟูจิวาระ ถูกเลือกให้มารับบท ไลท์ เนื่องจากโปรดิวเซอร์ติดใจการแสดลงบทร้ายที่หลากหลายของเขาในเรื่อง Batter Royal
- เคนอิชิ มัตซึยามะ ผ่านการคัดเลือกจากนักแสดงกว่า 500 คนเพื่อมารับบท L โดยผลงานเรื่องล่าสุดของเขาคือเรื่อง NANA โดยเขารับบทเป็น ชิน ตัวละครเด่นของเรื่อง
- เมื่อตอนออกบูธขายสิทธิ์ ในเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติ เมืองคานส์ ประเทศฝรั่งเศส DEATH NOTE ถูกบริษัทต่างๆกว่า 50 บริษัทรุมแย่ง ซื้อสิทธิ์จัดจำหน่าย
- DEATH NOTE กำลังถูกตีพิมพ์เป็นนิยายในประเทศญี่ปุ่น โดยใช้ชื่อว่า DEATH NOTEOriginal Note ตอน Another Note หรือ คดีฆาตกรรมต่อเนื่องที่ลอสแองเจลิส ที่ได้ นิชิโอะ อิชิน นักเขียนชื่อดังรางวัล Mephis มาเป็นผู้ประพันธ์ มีกำหนดวางขายในเดือนสิงหาคม
.
.
.
เอาล่ะเสดล่ะ เหนื่อยเป็นบ้า
ใครเข้ามาอ่านก็ช่วยเม้นด้วยน้า
เห็นใจคนพิมพ์อย่างเราหน่อย
เอาข่าวสารมาให้อ่านกันอ่ะคะ
จะได้มีกำลังใจเอาข่าวมาให้อ่านันอีก
.
ขอบคุณค่า
by...ayame
edit @ 2006/09/16 17:43:49